20 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศภูฏาน | ภูฏาน

20 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศภูฏาน | ภูฏาน
 

หลายคนถามว่าที่ภูฏานมีอะไรให้เที่ยว? ประเทศภูฏานนั้นมีความสวยงามจากภูมิประเทศเป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะว่าตั้งอยู่ในแทบเทือกเขาหิมาลัย ซ้ายขวา ของการเดินทางจะเห็นเทือกเขา แม่น้ำ มีวัตณธรรมที่ไม่เหมือนใคร ผู้คนใจดี อากาศสดชื่น สถานที่ท่องเที่ยวคนไม่แออัดเนื่องจากโดนจำกัดด้วยเที่ยวบินเข้าออกประเทศที่มีจำกัด นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวภูฏานที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวแล้วของแต่ละเมือง นักท่องเที่ยวส่วนนึงชอบมาปีนเขาและเดินป่า เส้นทางเดินป่าที่ยากที่สุดในโลกอยู่ที่ประเทศภูฏานเรียกว่า Snowman Trek

ประเทศภูฏาน ประเทศเล็กๆ มีประชากรเพียง 700,000 กว่าคน ประเทศที่การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ติดลบ (Carbon Negative)หรือ ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์กว่าการปล่อยออกมา เป็นประเทศที่มีป่ามากกว่า 60% ของประเทศ หลายๆท่านอาจไม่รู้ว่าประเทศภูฏานนั้นเป็นหนึ่งในประเทศที่ข่อนข้างปลอดภัย ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส และนักท่องเที่ยวไม่สามารถเที่ยวเองได้ ต้องติดต่อผ่านบริษัททัวร์เท่านั้น เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวที่ประเทศภูฏานต้องมีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศ

เมืองหลักๆที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเที่ยวกันที่ประเทศภูฏาน จะมีสามเมืองนั่นคือ เมืองพาโร เมืองทิมพู และ เมืองพูนาคา อาจจะเป็นเพราะเวลาที่มีจำกัด การเดินทาง หรือ งบประมาณ ระหว่างเมืองพาโรและเมืองทิมพูใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง 30 นาที ระยะทาง 70 กิโลเมตร ระหว่างเมืองทิมพูและเมืองพูนาคา ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง รวมการพักกลางทางแล้ว สำหรับเมืองท่องเที่ยวนอกเหนือจากสามเมืองหลักจะได้แก่ เมืองวังดู เมืองตรองซ่า และเมืองบุมตัง นั้นนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวอีกสามเมืองนี้ควรมีเวลาอีกสักสามวันเพื่อใช้ในการเดินทาง ท่องเที่ยว และ ค้างคืน สามเมืองนี้ถนนกำลังถูกขยายและพัฒนาให้เดินทางสะดวกขึ้น

เรามาเริ่มต้นกันด้วยสถานที่ท่องเที่ยวภูฏานเรียงลำดับจากความนิยมนักท่องเที่ยวที่มเที่ยวประเทศภูฏานดังนี้:

วัดทักซัง

วัดทักซัง (Taktshang Goemba Monastery)

วัดทักซังเป็นวัดพุทธที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 จุดเด่นอยู่ที่ตัววัดนั้นตั้งอยู่ริมผาซึ่งมีความสูงกว่า 900 เมตร ในเขตเมืองพาโร ด้วยความสูงเทียมฟ้าเช่นนี้เอง ทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวย ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หมู่มวลดอกไม้ต่างพากันชูช่อสวยงาม ด้านประวัติความเป็นมานั้น มีตำนานเล่าว่า แต่ก่อนพื้นที่บริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นวัดนั้นท่านกูรูรินโปเช ( Guru Rinpoche) หรือท่านคุรุปัทมะสัมภวะ (Guru Padmasambhava) คนภูฏานจะเรียกท่านว่า กูรูรินโปเช (ท่านกูรูรินโปเชในแถบประเทษทิเบต ภูฏาน เนปาล และบางส่วนในประเทศอินเดียในแถบเทือกเขาหิมาลัยนั้นถือว่าท่าเหมือนพระพุทธเจ้าองที่สอง โดยตามวัดต่างๆที่ภูฏานจะมีรูปปั้นของท่านแทบทุกวัด) ได้ขี่หลังเสือมาเหยียบแผ่นดินภูฏานครั้งแรกและบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำแห่งนี้เป็นเวลา สามปี สามเดือน สามอาทิตย์ สามวัน สามชั่วโมง ครั้นจะเทศนาสั่งสอนผู้คนท่านจะกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นเดิม และเมื่อคำสอนได้ผล ผู้คนต่างพากันเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงทำให้สถานที่นี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาจึงได้มีการสร้างวิหารขึ้นเพื่อแสดงถึงความนิยมด้านพระพุทธศาสนา และเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานทำให้ตัววิหารชำรุดทรุดโทรม จนท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 1962 จึงมีการสร้างวัดทักซังหรือวัดรังเสือขึ้นมา และได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1998 จากเหตุเพลิงไหม้

พูนาคาซอง (Punakha Dzong)

พูนาคาซอง (Punakha Dzong) ป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา ปัจจุบันเป็นพระราชวังฤดูหนาวของพระสังฆราช ป้อมปราการแห่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1637-38 เป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองและเป็นซองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองอีกด้วย ซองแห่งนี้ถูกทําลายหลายครั้ง จากไฟไหม้และภัยธรรมชาติแต่ได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง ป้อมปราการแห่งนี้สวยงามมากเพราะอยู่ตรงกลางระหว่าง แม่น้ำโพ (Po Chu)ซึ่งหมายถึงแม่น้ำพ่อ และแม่น้ำโม (Mo Chu)หมายถึงแม่น้ำแม่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำ ปูนา ซัง ชู(Puna Tsang Chu)หรืออีกชื่อเรียกว่า Sankosh river

ดอร์ ชูลา พาส (Dorchula Pass)

ดอร์ ชูลา (Dorchula Pass) เป็นจุดแวะพักที่อยู่ที่สุดบนเส้นทางเดินรถระหว่างเมืองทิมพูและพูนาคา อยู่ที่ความสูง 3,116 เมครจากระดับน้ำทะเล ณ จุดนี้ท่านจะได้เห็น สถูป ดรุค วังเกล”  108 องค์ (Druk Wangle Chorten)(สถูปแห่งความเป็นสิริมงคล และสันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์) สร้างขึ้นมาเพื่อถวายแกพระโพธิสัตว์ของชาววัชรยาน จุดนี้เป็นจุดที่สามารถยืนชมเทือกเขาหิมาลัยได้แบบกระจ่างตาที่สุด โดยเฉพาะในวันที่อากาศสดใสและฟ้าเปิด รวมถึง ยอดเขากังคาพูนซัม(Gangkhar Puensum) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศภูฏานซึ่งอยู่ในระดับความสูงที่ 7,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

พระใหญ่ หรือ Great Buddha Dordenma

พระใหญ่ หรือ Great Buddha Dordenma ตั้งอยู่ยอดเขาเมืองทิมพู เป็นรูปหล่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขนาดใหญ่ ซื่งสร้างขึ้นในปี 2006  โดยมีความสูง 54 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 60ปี แดองค์สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก (กษัตริย์ภูฏานรัชการที่ 4) ภายในสามารถเข้าชมได้ ภายในจะมีสามชั้นซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าชมได้ในชั้นที่สอง ภายในจะมีพระพุทธรูปขนาด 8 นิ้ว 100,000 องค์ และ 12 นิ้ว 25,000 องค์ หลังสร้างเสร็จจะเป็นหนึ่งในรูปหล่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หุบเขาผอบจิกะ

หุบเขาผอบจิกะ Phobjikha Valley

หุบเขากังเต Gangtey Valley หรือ อีกชื่อเรียกคือ หุบเขาผอบจิกะ Phobjikha Valley เป็นหุบเขากว้างใหญ่ ทุ่งหญ้าเขียวขจี ซึ่งเชื่อว่าเมือก่อนเป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ก่อนที่จะละลายกลายเป็นทุ่งหญ่าสวยงามให้เราเห็นในขณะนี้ ที่นี่ยังมีความสำคัญเพราะว่าเป็นที่อยู่อาศัยของนกกระสาคอดำ ซึ่งเป็นนกหายากสุ่มเสี่ยงที่จะศูนย์พันธ์ที่จะบินมายังทุ่งหญ่าแห่งนี้จากประเทศทิเบต

สถูป คัมซุม ยุลเล นัมเกล

สถูป คัมซุม ยุลเล นัมเกล ( Khamsum Yulley Namgyal Chorten )

สถูป คัมซุม ยุลเล นัมเกล ( Khamsum Yulley Namgyal Chorten ) ตั้งอยู่บนยอดเขาของเมืองพูนาคา สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชชนนี องค์ที่ 3 อาชิ เชริ่ง ยังดน วังชุก ให้กับพระมหากษัตริย์ภูฏาน มหาสถูปเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมและศิลปะในแบบภูฏาน ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 8ปีครึ่ง รายละเอียดทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะนำมาจากพระคัมภีร์ทางด้านศาสนาพุทธ เป็นแบบอย่างของการผสมผสานศิลปะพื้นบ้านดั้งเดิมและสถาปัตยกรรมของประเทศในเอเชียใต้ บริเวณวัดโดยรอบมีพื้นที่สวน เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อน พักกายใจที่ดี และการนั่งสวดมนต์ศึกษาตลอดจนการนั่งสมาธิ ปฏิบัติฝึกฝนจิตใจ
ภายในได้รับการออกแบบตกแต่งงดงามด้วยศิลปะแกะสลักรูปปั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เหมาะสมอย่างยิ่งแก่การไปเยี่ยมชมหรือแสวงบุญ

ชีเลล่าพาส (Chele La Pass)

ชีเลล่าพาส (Chele La Pass)

ชีเลล่าพาส (Chele La Pass) ตังอยู่ที่เมืองพาโร เป็นถนนที่สูงที่สุดและเป็นจุดพักที่มีความสวยงาม ระหว่างเมืองพาโรและเมืองฮา จุดนี้อยู่ที่ความสูง 3,988 เมตรจากระดับน้ำทะเล ท่านสามาระเห็นวิวของเมืองพาโรและเมืองฮา รอบๆจะมีธงขาวล้อมรอบ

ทิมพู ซอง

ทิมพู ซอง (Thimphu Dzong)

ป้อมปราการ ทิมพู ซอง” Thimphu Dzong หรือมีชื่อเป็นทางการว่า ตาชิโช ซอง” (Tashicho Dzong) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งนี้ ป้อมปราการแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี1907 ซึ่งนอกจากเป็นป้อมปราการแล้วยังเป็นอารามหลวงสำหรับพระอีกด้วย โดยตอนนี้สถานที่แห่งนี้เป็น เหมือนศาลาการจังหวัด ที่ตั้งของสำนักพระราชวัง ที่ทำงานของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีจากที่นี่ท่านจะเห็นทำเนียบรัฐบาลตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามและนอกจากนั้นจะได้เห็นที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน รัชกาลที่ 5

ตรองซ่าซอง (Trongsa Dzong)

ตรองซ่าซอง (Trongsa Dzong)

ตรองซ่าซอง Trongsa Dzong เป็นป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศภูฏาน สร้างขึ้นในปี 1648 ตัวป้อมปราการนั้นถูกสร้างเป็นแนวยาวทอดยาวไปตามสันเขา นักท่องเที่ยวยกให้เป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สวยที่สุดในประเทศภูฏาน ที่นี่นับเป็นจุดเริ่มต้นของราชวงศ์วังชุก ก่อนที่จะขึ้นครองราชเป็นกษัตริย์ราชวงศ์หวังชุกได้ปกครองเมืองตรองซ่า รวบรวมภาคกลางและด้านตะวันตกของภูฏานจนถึงได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ในปี 1970

พาโรริงปุงซอง

พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong)

พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong) ป้อมปราการยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองพาโร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1645 ในสมัยของท่าน Shabdrung Ngwang Namgyel ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวมประเทศภูฎานให้เป็นหนึ่งเดียวในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 17  ตั้งตระหง่านโดนเด่นอยู่ท่ามกลางหุบเขา ซึ่งตอนนี้สถานที่นี้มีไว้สำหรับส่วนบริหาร ศูนย์กลางทางการปกครองของเมืองพาโร และเป็นที่ตั้งของพระอารามหลวง มีพระสงฆ์จำวัดกว่า 200 รูป ที่นี่เคยเป็นที่ถ่ายทำหนัง Little Buddha ในปี 1993

วัดภิกษุณี (Sangchhen Dorji Lhuendrup nunnery)

วัดภิกษุณี (Sangchhen Dorji Lhuendrup nunnery) ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา มีเจดีย์เนปาลตั้งอยู่ ด้านในมีเจ้าแม่กวนอิมปางพันมือ ประดิษฐานอยู่ จากบนนี้ท่านสามารถมองเห็นวิวแบบพาโนราม่า

สะพานเหล็ก  (Punakha Suspension Bridge)

สะพานเหล็กที่ยาวที่สุดในภูฏาน (Punakha Suspension Bridge) ตั้งอยู่ที่เมืองพูนาคา สะพานทำมาจากเหล็กยึงโยงด้วยสายเคเบิลอย่างแน่นหนา ยาวประมาณ 300 เมตร ไม่ไกลจากพูนาคาซอง สะพานพาดผ่านแม่น้ำเพื่อให้ชาวเมืองสามารถเดินทางข้ามมายังพูนาคาซองได้สะดวกสะพานพาดผ่านยัง แม่น้ำพ่อ และแม่น้ำโม (Mo Chu)

ซิมโทกาซอง (Simtokha Dzong)

ซิมโทกาซอง (Simtokha Dzong)

ซิมโทกาซอง (Simtokha Dzong) เป็นป้อมปราการแห่งแรกของประเทศภูฏาน สร้างในปี ค.ศ. 1629 โดยท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล เป็นต้นแบบของป้อมปราการทุกแห่งในประเทศภูฏาน ด้านในมีของเก่าแก่มากมายจึงมีตำรวจเฝ้าอยู่ตลอดเวลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าพระกฐินทอดถวาย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556

วัดกังเต  (Gangtey Monastery)

วัดกังเต  (Gangtey Monastery)

วัดกังเต หรือ Gangtey Monastery เป็นวัดนิกาย Nyingma หรือ นิกายลามะหมวกแดงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศภูฏาน วัดนี้ก่อตั้งเมื่อปี 1613 รอบๆของวัดแห่งนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของคนในหมู่บ้าน Gomchens ตัววัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,800 เมตร

วัดคิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang)

วัดคิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang)

วัดคิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang) หรือ วัดคิชู วัดคิชูเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา พระเจ้าซองต์เซน กัมโป กษัตริย์ทิเบต ทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 659 โดยที่ในเวลานั้นพื้นที่ของวัดยังเป็นของทิเบต  ตำนานการสร้างวัดแห่งนี้น่าสนใจมาก เล่าสืบต่อกันมาว่า มีนางยักษ์ตนหนึ่งที่มีร่างกายใหญ่โตได้เข้ามาเหยียดแขนเหยียดขานอนทับอยู่บนพื้นที่ของทิเบตและเทือกเขาหิมาลัย เพื่อปิดกั้นไม่ให้ผู้คนที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาพุทธเข้ามายังพื้นที่นี้ พระเจ้าซองต์เซน กัมโป จึงทรงดำริสร้างวัดพุทธ 108 แห่ง ภายในวันเดียว เพื่อตรึงร่างนางยักษ์เอาไว้ โดยวัดคิชูในเมืองพาโรนั้นเป็น 1 ใน 108 แห่งดังกล่าว และเป็นพื้นที่ส่วนที่เท้าซ้ายของนางมารเหยียบอยู่ ส่วนอีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเท้าขวาของยักษ์

ไปรษณีย์ภูฏาน (General Post Office)

ไปรษณีย์ภูฏาน (General Post Office)

ไปรษณีย์ภูฏาน (General Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อดวงตราไปรษณียากรที่งดงามของภูฏาน และความพิเศษที่ไปรษณีย์ภูฏานคือท่านสามารถถ่ายรูปตัวเองลงบนตราไปรษณีย์ซึ่งสามารถใช้ได้อย่างถูกกฎหมายและสามารถติดบนโปสการ์ดหรือจดหมายส่งกลับมาประเทศไทยและทั่วโลกได้อีกด้วย (ท่านสามารถเตรียมรูปท่านเองหรือรูปคนอื่นมาทำแสตมป์ได้ ค่าใช้จ่ายต่อท่านประมาณ 200-280 บาทขึ้นอยู่กับชุดแสตมนั้น ๆ)

เมมโมเรียลโชเตน (Memorial Chortten)

เมมโมเรียลโชเตน (Memorial Chortten) มหาสถูปเพื่อสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตกษัติริย์ จิกมี่ ดอร์จี วังชุก พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองประเทศภูฏานในช่วง ค.ศ. 1952-1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานนยุคใหม่” สร้างขึ้นในปี 1974สถานที่แห่งนี้ท่านจะเห็นคนเฒ่าคนแก่จำนวนหนึ่งมานั่งนับลูกปัดและเดินวนรอบสถูป

วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang)

วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang)

วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) วัดนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1499 โดยพระงาหวัง ชอคเยล โดย ชาวภูฏานนิยมมาไหว้ขอพรในเรื่องครอบครัว อาทิ ขอลูก ขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก ขอพรให้ลูกหรือมาให้พระตั้งชื่อให้ลูก นอกจากนี้ยังเชื่อว่า สามารถขอพรให้ลูกเกิดมาหน้าตาดีได้ในขณะที่ตั้งครรภ์ ชื่อที่เป็นที่นิยมที่หากมาตั้งชื่อที่วัดนี้คือ คินเลย์ (ชื่อสถานที่) และ ชิมิ (ชื่อวัด)

สนามบินพาโร (Paro International Airport)

สนามบินพาโร (Paro International Airport)

สนามบินพาโร (Paro International Airport) เป็นหนึ่งในสนามบินที่อันตรายที่สุด ที่ว่าอันตรายเพราะทำการบินขึ้นลงยาก นักบินต้องมีใบอนุญาติเฉพาะเพื่อทำการบินที่สนามบินนี้ เนื่องจากโดยภูมิประเทศของภูฏานเป็นเทือกเขา นักบินต้องบังคับเครื่องบินขึ้นและลงเอง แต่สนามบินพาโรเป็นสนามบินที่สวยงาม อีกทั้งเมื่อก่อนถึงสนามบินและออกจากสนามบินท่านยังสามารถเห็นเทือกเขาหิมาลัยอันสวยงามอีกด้วย

พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ (Ta Dzong)

พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ (Ta Dzong)

พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ หรือ ป้อมปราการตาซอง (National Museum of Bhutan , Ta Dzong) ป้อมปราการตาซองสร้างขึ้นกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17ภายนอกออกแบบให้มีรูปทรงกระบอก มีทั้งหมด 8 ชั้น โดยเป็นสถานที่เก็บรวบรวม ภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจน ดวงตราไปรษณีย์ แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำให้ตัวอาคารเสียหายอย่างหนักและเป็นอันตรายต่อการเข้าชมภายในตัวอาคาร นักท่องเที่ยวสามารถชมอาคารภายนอกได้และรัฐบาลภูฏานได้สร้างอาคารหลังใหม่เพื่อจัดแสดงแทน โดยที่อาคารหลังใหม่มี ชั้นและจัดแสดงเพียง 4 ห้องเท่านั้น จากจุดนี้ท่านสามารถเห็นวิวสวยๆของสนามบินพาโรและตัวเมืองได้อย่างชัดเจน  **จุดนี้จะอยู่บนยอดเขาเราจะพาท่านไปชมวิวมุมสูงของเมืองพาโรให้ท่านสามารถถ่ายรูปสวยๆได้

10 สถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เมื่อไปภูฏาน อ่านต่อ https://www.unithaitravel.com/page/bhutan/

พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ อ่านต่อ https://www.expedia.co.th/Bhutan-National-Museum-Paro.d6097742.Place-To-Visit